ฮาวทูทิ้ง ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ ทิ้งลงได้ไงผู้หล่อขนาดนี้

“เกือบจะลืมไปแล้วแฮปปี้… มากแค่ไหน” คำขอท่อนท้ายที่สุดของ “ทิ้งแต่เก็บ” เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ จากความสามารถการแต่งแล้วก็ร้องของ เดอะ ทอยส์ ดังกระหึ่มขึ้นมาในหัว พร้อมฉากท้ายที่สุดของหนังที่ปรากฏขึ้น

ถ้าหากพวกเราใช้คำว่า “เกือบจะลืม” โน่นหมายความว่า พวกเรายังคงจำสมัยก่อนพวกนั้นได้ พวกเรายังไม่ลืมเลือนมันไปจนถึงหมดเกลี้ยง เพียงแค่พวกเราบางทีอาจปล่อยปละละเลย หลงๆลืมๆ ไปบ้าง… ในบางคราว

แล้วความจริงมนุษย์เราสามารถ “ลืม” หรือ “ลบทิ้ง” ความจำได้ใช่หรือ?

ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ เป็นหนังภาพยนตร์ลำดับที่ 7 ของ เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ แสดงนำโดย ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง แล้วก็ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ กล่าวถึงเรื่องราวของ จีน (ออกแบบ ชุติมณฑน์) ที่เพิ่งจะกลับมาจากต่างประเทศ แล้วก็ต้องการจะจัดระบบบ้านที่รุงรังระดับสิบ เพียรพยายามจะสะสางของใส่ถุงสีดำ แล้วก็กระทำการรีโนเวตบ้านให้เปลี่ยนเป็นสไตล์มินิมอลแบบที่นางปรารถนา แต่ว่าระหว่างที่กำลัง “จัดบ้าน” นางกลับไปพบของบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้รู้สึกคิดถึงคนรักเก่าอย่าง เอ็ม (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์)

แล้วก็ทุกสิ่งทุกอย่าง ก็เริ่มจากจุดๆ นั้น…

ถ้าหากย้อนกลับไปมองเทรลเลอร์ ดูเหมือนกับว่าหนังจะมอบน้ำหนักไปที่ความเกี่ยวข้องระหว่าง จีน แล้วก็ เอ็ม ค่อนข้างจะมากมายทีเดียว แต่ว่าอันที่จริงแล้ว โน่นเป็นเพียงแค่หนึ่งส่วนประกอบสำคัญที่ต่อยอดไปสู่อีกหนึ่งความเกี่ยวข้องที่บอบบางมากยิ่งกว่านั้นหลายเท่า

ซึ่งก็คือ สถาบันครอบครัว

พวกเราฉับพลันคิดไปถึงประโยค “Home Is Where the Heart Is” ชื่อเพลงของตำนานร็อคแอนด์โรล เอลวิส เพรสลีย์ ครอบครัวที่ร้าวฉานของ จีน ก็ไม่ได้มีความแตกต่างกับบ้านที่ถูกทอดทิ้งให้เกลื่อนกลาดอยู่แบบนั้นมายาวนานหลายปี การพยายามลุกขึ้นยืนมาตระเตรียมให้สภาพบ้านกลับมาสวยสดงดงามของจีน ในระยะแรกมันอาจเป็นความปรารถนาของนางที่ต้องการมีโฮมออฟฟิศงามๆเพื่อรองรับหน้าที่การงาน แต่ว่าพอนานเข้า มันกลับกลายการขุดเข้าไปสู่ส่วนลึกที่สมัยก่อนที่ จีน มีความรู้สึกว่าตัวเองลืมไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว อดีตแฟน หรือแม้กระทั้งมิตรสหาย… แต่ว่าไม่เลย

ทุกอาณาเขตของบ้าน เป็นทุกความจำที่ซ่อนอยู่ ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่เวลาเดือนเศษ หลายสิ่งหลายอย่างที่เคยเกิดขึ้นแล้วก็ถูกทิ้งร้าง จะกลับมาปรากฏอยู่ตรงหน้านางอีกรอบ

จีน จำเป็นต้องกลับไปจัดแจงความรู้สึกตัวว่าตัวเองผิดที่มีต่อ เอ็ม ภายหลังจาก “ทิ้ง” ฝ่ายชายไปแบบไม่ใยดี, จีน จำเป็นต้องประจันหน้ากับการ “ถูกทิ้ง” ไปแบบไม่ใยดีด้วยเหมือนกัน จากชายผู้ซึ่งเป็นบิดาของตัวเอง, จีน จำเป็นต้องจัดแจงความรู้สึกของ แม่ ซึ่งยังคงดักดานอยู่กับอดีตกาล แล้วก็ต้องการมองเห็นในสิ่งที่ต้องการมองเห็นเพียงเท่านั้น

จากที่ตั้งอกตั้งใจจะทิ้งทุกๆสิ่งทุกๆอย่างเพื่อก้าวเดินต่อ จีน กลับจำเป็นต้องมาอยู่ในวังวนเดิมแบบหาทางออกแทบจะไม่พบ

ความรักที่แตกสลายไปแล้ว บางทีอาจไม่มีวันหวนกลับมาประสานรอยร้าวนั้นได้อีก แม้ว่าจะเพียรพยายามเตรียมพร้อมความรู้สึกให้กลับมาเป็นอย่างที่เคยมากแค่ไหนแล้วก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นความรักวัยรุ่น หรือความรักระหว่างคนภายในครอบครัวก็ด้วยเหมือนกัน

เพราะว่านี่เป็นโลกแห่งความเป็นจริง ที่มิได้สวยสดงดงามเสมอ

จังหวะหนังแบบนวพลยังคงทำหน้าที่ของมันได้อย่างหนักแน่น การแช่ภาพที่สร้างจินตนาการได้มากโข บทสนทนาอันแสนจะเป็นธรรมชาติ ทีท่าของผู้แสดงที่ทำให้ผู้ชมมีความรู้สึกว่า ผู้แสดงก็เป็นคนเดินดินสามัญไม่ได้มีความแตกต่างจากพวกเราแม้แต่น้อย การเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยแต่เห็นได้ชัดใน ฮาวทูทิ้งฯ ก็อาจจะเป็นการตัดทอนความกวนๆในสไตล์ของนวพลลง สวนกับดีกรีความเป็นจริงเป็นจังแล้วก็เข้มข้นที่ชวนกระเทือนจิตใจผู้ชมอย่างไม่มียั้ง แทบจะไม่ให้พัก รวมทั้งผลสรุป “ในแต่ละซีน” ที่คาดการณ์มิได้ ไม่เป็นไปตามสูตรของหนังกระแสหลักทั่วๆไป คนไหนจะมีความรู้สึกว่า “ฉากคืนเสื้อ” ของ มี่ คนรักใหม่ของ เอ็ม จะมีผลให้ “ผู้ที่ถูกทิ้ง” จะเปลี่ยนภาวะเป็น “ผู้ที่เป็นฝ่ายทิ้ง” ได้รวดเร็วทันใจปานนั้น

ออกแบบ ชุติมณฑน์ คงจะมีชื่อเข้าชิงรางวัลสาขาดารานำหญิงในหลายสถาบัน ดูเหมือนจะเล่นง่าย ไม่ต้องบีบคาดคั้นอารมณ์อะไรมากมายก่ายกอง แต่ว่าทุกซีนนางเอาใจผู้ชมแบบอยู่มือ ความคึกคะนองในแบบอย่างเด็กยุคสมัยใหม่ ความรู้สึกตัวว่าตัวเองผิดในใจ ความรู้สึกแบบที่ไม่ต้องการสนใจใคร แต่ว่าในใจลึกๆก็สนใจ และยังรวมไปถึงความรู้สึกอึดอัดภายในที่ส่งต่อมาถึงผู้ชมอย่างครบถ้วน นับว่าเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญต่อจาก ฉลาดเกมส์โกง อย่างไม่มีเรื่องที่น่าสงสัย

ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ถึงแม้บทบาทจะไม่เด่นเท่า ออกแบบ แต่ว่าถ้าว่าฉากที่เขาระบายความรู้สึกที่แท้จริงที่มีต่อผู้แสดง จีน ในช่วงท้ายนั้นไม่ได้มีการถ่ายทอดออกมาในลักษณะ “จริง” ขนาดนั้น ผลพวงที่จะทำให้เกิดผลสรุปช่วงท้ายบางทีอาจไม่ร้ายแรงเท่า, ฟ้า ษริกา กับการรับบทบาทเป็น มี่ ที่มีเสน่ห์แล้วก็เป็นธรรมชาติมากมาย มั่นใจว่าฉากคืนเสื้อจะเป็นซีนที่มีคนพูดถึงไม่น้อยเลยจากรอยยิ้มอันแสนเจ็บนั้น, หมี ถิรวัฒน์ ที่เสน่ห์บนหน้าจอล้นเหลือเช่นเดียวกันในบท เจย์ พี่ชายของจีนที่แอบลักขโมยซีนน้องสาวในหลายต่อหลายฉาก แล้วก็ที่กล่าวถึงมิได้ก็คือนักแสดง “แม่” ที่รับบทบาทโดย อุ๋ม-อาภาศิริ นิติพน กับการแสดงที่บอกได้คำเดียวว่า “ยอม”

สิ่งที่น่าดึงดูดอีกอย่างเป็นการแหกขนบของ GDH อยู่ไม่น้อย เพราะว่าหนังส่งท้ายปีของค่ายนี้ส่วนมากชอบฟีลกู๊ด แต่ว่าสำหรับ ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ กลับเต็มไปด้วยสภาวะจุกอก การตั้งปัญหา แล้วก็การจบแบบที่อยู่ในโลกแห่งความจริง บางครั้งก็อาจจะคิดย้อนไปถึงมู้ดตอนสุดท้ายของ หนีตามกาลิเลโอ ที่เซอร์ไพรส์ผู้ชมในช่วงเวลานั้นอยู่พอเหมาะพอควร เพราะว่ามันมิได้มอบรอยยิ้มให้กับคนทุกคนตามแบบฉบับของ GDH นั่นเอง

ตอนท้ายหนังสือฮาวทูของ นวพล บางทีอาจมิได้ให้คำตอบกระจ่างแจ้งว่า ทำเช่นไรจึงจะก้าวข้ามผ่านอดีตกาลอันไม่น่าจำได้ แต่ว่าบางทีอาจเป็นการตอกย้ำซ้ำเติมมากยิ่งกว่าว่า ความจำมันยังคงอยู่กับพวกเราเสมอต่างหาก วันในช่วงเวลาที่ผ่านพ้นผ่านไป หน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบต่างๆในชีวิต สังคมอันวุ่นวาย ล้วนแต่เป็นสาเหตุที่ทำให้ความจำเก่าๆต่างเข้าไปหลบอยู่ที่ไหนที่หนึ่ง รอคอยจังหวะให้อะไรบางอย่างเข้ามากระตุ้นให้เจ้าความจำพวกนั้นค่อยๆปรากฏกายขึ้นมาอีกที อย่าลืมว่า ทุกวินาทีที่ล่วงเลยไป มันมีความจำใหม่เข้ามาแทนที่อยู่ตลอดนั่นแหละ

แล้วก็เมื่อใดที่ความจำต่างๆนั้นผุดขึ้นมาอีกที พวกเราจะยิ้ม หรือ ร้องไห้ให้กับมัน ก็เพียงแค่นั้น แล้วต่อจากนั้น… ก็แค่ดำเนินชีวิตต่อไป ไม่ใช่หรือ?